กลุ่มมิตรผลเปิดเวทีประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับเยาวชนครั้งแรกในไทย (แก้ไข, สถิติ)

           กลุ่มมิตรผลจัดเวิร์คช็อปปั้นไอเดีย นำเยาวชน 60 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก จากการประกวด Mitr Phol Bio Innovator Awards 2016 นวัตกรรมความคิด พลิกชีวิตสู่อนาคต เข้าค่ายเรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถอย่างรอบด้าน ในการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนานวัตกรรมและสร้างแผนธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ในการขับเคลื่อนแนวนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีแนวคิด ‘เศรษฐกิจฐานชีวภาพ’ เป็นแนวทางการดำเนินงานที่จะช่วยพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล

          นายประวิทย์ ประกฤตศรี ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “กลุ่มมิตรผลได้ริเริ่มแนวคิดเศรษฐกิจฐานชีวภาพ มากว่า 20 ปี ด้วยความใส่ใจในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม เราจึงได้ต่อยอดวัตถุดิบต้นน้ำอย่างอ้อยสู่ธุรกิจอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าให้แก่พืชเศรษฐกิจมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยศักยภาพของไทยที่เป็นประเทศเกษตรกรรม มีผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมาก เรามีความได้เปรียบในการพัฒนาแนวคิดเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ในวันนี้ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีตามแนวนโยบาย Thailand 4.0 แนวคิดเศรษฐกิจฐานชีวภาพ จะเป็นตัวช่วยยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทย ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน เราจึงต้องการสร้างบุคลากรซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า ด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการเรียนรู้ที่มีอย่างไม่สิ้นสุดของเยาวชนไทย การประกวด “Mitr Phol Bio Innovator Awards 2016” นวัตกรรมความคิด พลิกชีวิตสู่อนาคต นี้นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มมิตรผลจัดการประกวดประชันไอเดียที่นำแนวคิดหลักด้าน เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) อีกทั้งยังได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้มีผลงานไอเดียนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าร้อยไอเดียจากทั่วประเทศ โดย 60 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจะได้โอกาสเข้าร่วมเวิร์คช็อปปั้นไอเดีย ซึ่งการจัดเวิร์คช็อปครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เราจะช่วยเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชน เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในอนาคต”

          การประกวด Mitr Phol Bio Innovator Awards 2016 นวัตกรรมความคิด พลิกชีวิตสู่อนาคต มุ่งเน้นการบ่มเพาะความรู้และเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในการจัดงานครั้งนี้ นอกจากที่กลุ่มมิตรผลได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจฐานชีวภาพมาถ่ายทอดให้แก่เยาวชนทั้ง 60 ทีมแล้วนั้น ยังได้บูรณาการองค์ความรู้ในหลายสาขาวิชาเพื่อผลักดันความสามารถของเยาวชนอย่างรอบด้าน จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ โดยเริ่มจาก ด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นำโดยคุณกิตติรัตน์ ปิติพานิช รองผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ที่จะช่วยปลุกพลังแห่งความสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการคิดนวัตกรรมแบบ Design Thinking ผ่านการออกแบบที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มได้ พร้อมด้วยความรู้ด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบวัสดุและผลิตภัณฑ์จากพืชเศรษฐกิจ โดย คุณภัทรพล จันทร์คำ ที่ปรึกษาจาก TCDC Material Connection ก่อนจะเข้าสู่การให้ความรู้ ด้านนวัตกรรม (Innovation) โดย คุณวิเชียร สุขสร้อย ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายยุทธศาสตร์นวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งมาช่วยพัฒนาแนวคิดด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของผู้เข้าแข่งขันสู่การสร้างผลงานให้มีความเป็นไปได้ด้วยความรู้ด้านกลยุทธ์การพัฒนานวัตกรรม และตามมาด้วยความรู้ ด้านการทำธุรกิจ (Business) โดย รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ กรรมการ บริษัท น้ำตาล มิตรผล จำกัด กับการอบรมด้านการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ซึ่งจะช่วยต่อยอดแนวคิดของผู้เข้าแข่งขันสู่แนวทางการทำธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน พร้อมด้วยความรู้ด้านกลยุทธ์การทำธุรกิจอย่างรอบด้าน จาก คุณวีระ เจียรนัยพานิชย์ Head of KBank Digital Partnership และทีมนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งมาร่วมให้คำแนะนำถึงเทคนิคการในการนำเสนอไอเดียธุรกิจ (Pitching idea) ให้แก่เยาวชนทั้ง 60 ทีมอย่างใกล้ชิด โดยทั้งหมดนี้จะเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญที่จะช่วยทำให้เกิดการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          โดยหลังจากกิจกรรมเวิร์คช็อปในครั้งนี้ เยาวชนทั้ง 60 ทีม จะต้องนำเอาความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดสู่แผนการทำธุรกิจ เพื่อคัดเหลือ 12 ทีมสุดท้ายที่จะได้นำเสนอไอเดียต่อคณะกรรมการและมีสิทธิ์ชิงเงินรางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 เงินสด 200,000บาท, รางวัลที่ 2 เงินสด 150,000 บาท และ รางวัลที่ 3 เงินสด 100,000บาท นอกจากนี้ ผู้เข้าประกวดที่ถูกคัดเลือกเข้าในรอบ 12 ทีมสุดท้ายที่มีความสามารถที่โดดเด่นสามารถนำเสนอผลงานได้เข้าตาคณะกรรมการมีโอกาสถูกคัดเลือกในการรับทุนการศึกษาต่อทั้งในและนอกประเทศจากกลุ่มมิตรผล เพื่อศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท เพื่อต่อยอดศักยภาพและผลักดันความสามารถให้เยาวชนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันทัดเทียมในระดับโลก

ชมภาพบรรยากาศในงาน

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook