เอรียา จุฑานุกาล จุดเริ่มต้นจาก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ สู่หนึ่งในยอดโปรหญิงของโลก (แก้ไข, สถิติ)

          "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล โปรวัย 21 ปี จากประเทศไทย ปัจจุบันคือหนึ่งในยอดโปรหญิงของโลกที่มีผลงานร้อนแรงเคียงคู่กับ ลีเดีย โค โปรสาววัย 19 ปี จากนิวซีแลนด์ แต่ก่อนที่เอรียาจะก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ได้นั้น เส้นทางของเธอเริ่มต้นก้าวมาจากจุดเล็กๆจากนักกอล์ฟเยาวชนกระทั่งได้สัมผัสเวทีกอล์ฟหญิงระดับโลกอย่างแอลพีจีเอทัวร์ครั้งแรกจากรายการ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” เมื่อตอนที่เธออายุเพียงแค่ 11 ปี ณ ตรงนั้นเองเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาต่อยอดจนกระทั่งก้าวสู่ฝันตัวเองได้สำเร็จในการเล่นแอลพีจีเอทัวร์ และคว้าชัยชนะพร้อมกับแชมป์เมเจอร์อีกด้วย

          ย้อนกลับไปสู่การเริ่มต้นของกอล์ฟอาชีพสตรีรายการใหญ่ที่สุดรายการแรกและรายการเดียวในประเทศไทยอย่าง "ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์" ซึ่งจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2006 ที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี เป็นการจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจกับนักกอล์ฟเยาวชนหญิงของไทยที่อยากจะก้าวเข้าไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพระดับโลก

          ต่อมาในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งที่สอง ที่สยามคันทรี คลับ พัทยา โอลด์ คอร์ส จังหวัดชลบุรี ชื่อสาวน้อยคนไทยนามว่า "น้องเม" เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสมัครเล่นอายุเพียง 11 ปี ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกเมื่อเธอคัดเลือกผ่านเข้าไปเล่นในรายการนี้ กลายเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงแข่งขันในรายการแอลพีจีเอทัวร์ ณ เวลานั้นเธอเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักกอล์ฟสาวระดับโลก และได้รับประสบการณ์อันล้ำค่ายิ่งหาสิ่งใดมาเปรียบได้ โดยจบการแข่งขันที่อันดับ 51 ร่วมดีกว่านักกอล์ฟอาชีพแอลพีจีเอทัวร์อีก 7 คนในจำนวน 60 คนที่เข้าแข่งขัน

          หลังจากนั้น เอรียา ก็เล่นในรายการของเยาวชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อยๆ พร้อมกับพี่สาว "โม" โมรียา จุฑานุกาล สร้างผลงานอันโดดเด่น ในปี 2011 เอรียา และ โมรียา ได้ร่วมแข่งขันในรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ในปีนั้น เอรียา สร้างผลงานน่าทึ่งยิ่งกว่าเดิมด้วยการจบที่อันดับ 8 ร่วมด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่จบลงใน 10 อันดับแรก โดยที่ พรอนงค์ เพชรล้ำ จบที่อันดับ 13 ร่วม ส่วน โมรียา พี่สาวของเอรียา รั้งอันดับ 38 ร่วม และปวริศา ยกทวน อันดับ 59 และในปีนั้น เอรียา ยังไปสร้างผลงานดีในระดับเยาวชนคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมหญิงแห่งปีของสมาคมกอล์ฟเยาวชนสหรัฐอเมริกา (เอเจจีเอ)

          ครั้นในปี 2012 เป็นอีกปีหนึ่งที่ เอรียา ทำผลงานดีเยี่ยมในเกมกอล์ฟของเธอจากการรับโอกาสร่วมแข่งขันในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นปีที่สองติดต่อกันและเป็นครั้งที่สามของเธอ ครั้งนี้เธอยังทำผลงานได้ดีจบลงที่อันดับ 12 ร่วม แต่ในระดับสมัครเล่นนั้นเธอยิ่งสร้างผลงานดีมากกว่าเดิมจนกระทั่งคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมของเอเจจีเอเป็นสมัยที่สองติดต่อกันก่อนจะตัดสินใจเทิร์นโปรในปลายปี 2012 ไปคัดเลือกเลดีส์ยูโรเปี้ยนทัวร์โดยใช้สิทธิ์ร้องขอจากทัวร์ หลังจากที่แอลพีจีเอทัวร์ปฏิเสธเนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ 18 ปี ตามกฏ และเอรียา ร่วมเล่นในเลดีส์ยูโรเปี้ยนทัวร์ในปี 2013

          ด้วยประสบการณ์ที่เธอได้เรียนรู้จากโปรระดับโลกในรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มาถึงสามครั้ง และยังได้ประสบการณ์จากการตระเวนแข่งขันรายการสมัครเล่นในสหรัฐฯ ทำให้เธอสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมชนิดที่โลกตะลึงใน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปี 2013 เอรียา วัยเพียงแค่ 17 ปี ขึ้นนำในวันสุดท้าย หลังจากผลัดกันนำกับ ปาร์ค อินบี โปรสาวจากเกาหลีใต้ และเอรียา ยังทำให้คนไทยได้ลุ้นอีกเมื่อเธอยังนำสองสโตรกขณะที่เล่นหลุมสุดท้าย ก่อนจะไปพลาดออกทริปเปิ้ลโบกี้ จบลงด้วยการพ่าย อินบี ไปหนึ่งสโตรก ภาพที่เธอร่ำไห้ซบไหล่ โมรียา พี่สาวหลังเล่นหลุมสุดท้ายเป็นภาพที่้ยังไม่อาจลืมเลือนได้เลย

          แต่หลังจากนั้นสัปดาห์ถัดไปเธอสามารถคว้าอันดับ 4 ในรายการเอชเอสบีซี วีเมนส์ แชมเปี้ยนส์ ที่สิงคโปร์ และ อีกไม่กี่สัปดาห์ เอรียา ไปคว้าแชมป์อาชีพรายการแรกให้กับตัวเองจากรายการลัลลา เมอร์เยม คัพ ที่โมรอกโก เป็นรายการของเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ ซึ่งทำให้เธอขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งของเงินรางวัลรวมเลดีส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ และผลงานยังคงดีคงเส้นคงวา เธอตัดสินใจไปเล่นมันเดย์ควอลิฟายในแอลพีจีเอทัวร์และได้เล่นในรายการคิงส์มิลล์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมของปี 2013 พร้อมกับระเบิดฟอร์มตี 7 อันเดอร์พาร์ในวันแรก ขึ้นนำในสองวันแรกทำให้หลายคนลุ้นว่าเธอจะสามารถคว้าแชมป์แรกในการเล่นรายการของแอลพีจีเอทัวร์ได้หรือไม่ ก่อนจะจบลงที่อันดับสามร่วม

          เกมกอล์ฟของเอรียากำลังดีอย่างต่อเนื่อง เธอได้รับการจับตามองว่ามีโอกาสจะคว้าแชมป์ในแอลพีจีเอทัวร์ โดยเธอพร้อมกับ โมรียา พี่สาวซึ่งเป็นรุกกี้ของแอลพีจีเอทัวร์ได้ร่วมแข่งขันรายการเวกแมนส์ แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ (ปัจจุบันคือรายการเคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ) แต่เธอพลาดโอกาสที่จะได้ลงแข่งขันเนื่องจากล้มระหว่างฝึกซ้อมทำให้หัวไหล่เคลื่อนต้องผ่าตัดตัวรักษา และหยุดพักยาวเกือบครึ่งปีกลับมาเล่นกอล์ฟได้ในปลายปี 2013 แต่ยังไม่ได้แข่งขัน และร่วมแข่งขันในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปี 2014 จบลงที่ 51 ร่วมเท่ากับสถิติที่เล่นครั้งแรกของเธอเมื่อปี 2007

          ภาพรวมในปี 2014 นั้น เอรียา เตรียมตัวลงคัดเลือกแอลพีจีเอทัวร์และจบที่อันดับ 3 ร่วมในการเล่นคิวสกูลสเตจสุดท้ายจึงได้การ์ดทัวร์เล่นในแอลพีจีเอทัวร์เต็มฤดูกาลในปี 2015 ในฐานะรุกกี้ของทัวร์และประเดิมด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการลงแข่งขัน 3 รายการแรก คว้าอันดับ 2 ร่วมที่บาฮามัส และอันดับ 3 ที่ออสเตรเลีย ก่อนจะได้กลับมาเล่นในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ อีกครั้งกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งมีโอกาสลุ้นแชมป์ และคราวนี้จบลงอันดับ 13 ร่วม แต่ยังเป็นนักกอล์ฟไทยที่ทำผลงานดีที่สุดในปีนั้น

          แต่หลังจากนั้นเส้นทางของเอรียา ดูเหมือนจะพบปัญหาเนื่องจากในปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายนนั้นเธอไม่ผ่านตัดตัว 3 รายการในการลงแข่งขัน 4 รายการ รวมทั้งการไม่ผ่านตัดตัว 10 รายการติดต่อกันจนกระทั่งถึงรายการริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น หลายคนอาจท้อแต่เอรียา กลับไม่ได้ท้อแท้ กลับมุ่งมั่นแก้ปัญหาข้อบกพร่องตัวเองจนกระทั่งกลับมาได้และสามารถจบลงใน 10 อันดับแรกสองรายการในเอเชียน สวิง ปิดท้ายฤดูกาลที่อันดับ 30 ร่วมรายการซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ

          หลายคนแทบไม่อยากจะเชื่อเลยถึงเส้นทางการเล่นกอล์ฟอาชีพของเธอ จากไม่ผ่านตัดตัว 10 รายการติดต่อกันในปี 2015 และประเดิมรายการแรกปี 2016 ไม่ผ่านตัดตัวที่บาฮามัส แล้วกลับมาเล่นรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ จบลงอันดับ 48 ร่วม ก่อนจะไปคว้าอันดับ 4 ร่วมเอชบีซี วีเมนส์ แชมเปี้ยนส์ และได้ลุ้นแชมป์รายการแรกในอาชีพของตัวเองกับรายการเมเจอร์อย่าง เอเอ็นเอ อินสปิเรชั่น โดยขึ้นไปนำระหว่างเล่นรอบสุดท้ายก่อนจะพลาดไม่ได้ไปเพลย์ออฟ และจบที่อันดับ 4

          แต่เอรียาและทีมงานของเธอได้นำเอาประสบการณ์ที่เล่นในทัวร์ เรียนรู้จากความผิดพลาดไปปลดล็อคความสำเร็จตัวเองได้ด้วยการคว้าแชมป์รายการโยโกฮาม่า ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิค เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม กลายเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ในแอลพีจีเอทัวร์ และคว้าแชมป์อีกในสัปดาห์ถัดไปจากรายการคิงส์มิลล์ แชมเปี้ยนชิพ และ แอลพีจีเอ โวลวิค แชมเปี้ยนชิพ ในสัปดาห์ถัดไปได้อีก เป็นการคว้าแชมป์สัปดาห์ติดต่อกันและกลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอทัวร์ที่คว้าแชมป์ 3 รายการแรกของตัวเองติดต่อกัน เท่านั้นยังไม่พอ เอรียา ยังไปคว้าแชมป์ริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น เป็นแชมป์ที่ 4 ในแอลพีจีเอทัวร์ และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกไม่ว่าชายหรือหญิงที่คว้าแชมป์เมเจอร์ได้สำเร็จ และสัปดาห์ต่อมาไปคว้าแชมป์แคเนเดี้ยน แปซิฟิค วีเมนส์ โอเพ่น ที่แคนาดา กลายเป็นแชมป์ที่ 5 ในอาชีพ และกลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกตั้งแต่ ปาร์ค อินบี โปรสาวเกาหลีใต้ที่คว้าแชมป์ได้ 5 รายการในหนึ่งปีที่ทำเอาไว้เป็นคนสุดท้ายก่อนหน้านี้เมื่อปี 2013

          เอรียา ขึ้นไปอยู่มือสองของโลกตามหลังแค่ ลีเดีย โค เท่านั้น แต่แชมป์มากที่สุดในปี 2016 และนำอันดับเงินรางวัลรวมและคะแนนสะสมนักกอล์ฟยอดเยี่ยม และเรซทู ซีเอ็มอี โกลบ ต่อสู้แย่งกับ ลีเดีย โค ในช่วงท้ายฤดูกาลก่อนจะจบลงด้วยความยิ่งใหญ่ของเอรียา ที่คว้ามาได้ทั้งมือหนึ่งแอลพีจีเอทัวร์ในฐานะนักกอล์ฟทำเงินรางวัลรวมสูงสุด 2,550,928 ดอลลาร์สหรัฐฯ นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และแชมป์ซีเอ็มอี โกลบ ได้รับเงินรางวัลโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างประวัติศาสตร์เป์นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ และยังได้รับรางวัลนักกอล์ฟมีความมุ่งมั่นแห่งปีในฐานะที่เป็นนักกอล์ฟที่ต่อสู้จากผลงานย่ำแย่แล้วกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้

          สำหรับการแข่งขันกอล์ฟสตรี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2017 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 11 ณ สยามคันทรี คลับ พัทยา โอลด์ คอร์ส ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้จะเป็นการลงแข่งขันครั้งที่ 8 ของเอรียา การมาคราวนี้จะมาในฐานะฮีโร่ของนักกอล์ฟเยาวชนไทย และเป็นหนึ่งในนักกอล์ฟที่ดีที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานและเกมกอล์ฟของเธอที่ถือว่าดีเยี่ยมคนหนึ่งทั้งตีไกล พัตต์ดี ประกอบกับประสบการณ์มากมายจากการเล่นมา 7 ปี รายการนี้จึงมีโอกาสสูงที่เธอจะสามารถลุ้นแชมป์กลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งถือได้ว่า เป็นแรงกระตุ้นให้กับนักกอล์ฟสาวไทยคนอื่นๆ มีพลังสู้สู่ชัยชนะ เพราะว่าฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ คือรายการที่สร้างแรงบันดาลใจกับนักกอล์ฟไทยนับตั้งแต่เริ่มต้นจากปีแรกถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 11

ซิมถูก โทรฟรี เน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีด เฉลี่ยวันละ 3 บ. นิดๆ ถูกกว่านี้ไม่มีแล้ว จำนวนจำกัด !!!
+ ราคา 399 บ. / ใช้งานได้ 4 เดือน (มาเพิ่มแล้ว จำนวนจำกัด!!)
+ ราคา 799 บ. / ใช้งานได้ 8 เดือน (เหลือน้อย)
+ ราคา 1,199 บ. / ใช้งานได้ 12 เดือน
+ ราคา 1,999 บ. / ใช้งานได้ 20 เดือน
+++ความเร็วเน็ต 1 Mbps | เฉลี่ยเดือนละ 100 บ. เท่านั้น!!

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ